2007/Jul/14

เรื่องทั้งหมดเอามาจาก Blog อันเก่าครับ.......

วันนี้ พ่อแม่ และญาติๆขึ้นมาจากที่ใต้

ทำให้ไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่

แต่อากาศสิ ทำไมมันถึงได้หนาวขนาดนี้ก็ไม่รู้

ไม่ค่อยชอบอากาศหนาวๆเอาซะเลย

เพิ่งจะเสร็จจากงานศพ คุณตา ได้ 16 วัน

แต่คุณยายผมก็ยังอยู่ในสภาวะเศร้า

วันนี้ก็เข้าไปคุยกับท่านตอนเช้าๆ

แต่ท่านอยู่ในสภาวะที่ยังโศกเศร้า ร้องไห้ตลอดเวลา

บ่นว่าคิดถึงคุณตานั่งร้องตลอดเลย

ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

นั่งอยู่ข้างๆท่าน ท่านร้องไปบ่นคิดถึงคุณตาไป

เล่าว่าเมื่อก่อนเป็นยังไง คุณตารักท่านห่วงท่านมาก

ลำบากมาด้วยกัน

จนมาด้วยกัน ช่วยกันเลี้ยงลูก ลูกเต้า

ตอนนี้ไม่มีคุณตาแล้ว อยู่ไปก็ไม่มีความหมาย

เคยตื่นมาเช้าๆจูงกัน มานั่งกินกาแฟ กินขนมนมเนย

(คุณตาผมเขาเดินมากไม่

ได้เพราะเขาจะมีปัญหาการหายใจเขาเหนื่อยง่าย)

ตอนนี้ ไม่มีอีกแล้ว

ตอนนั้นมันทำให้ผมรู้สึกหดหู่ใจมากๆ

สงสารท่านมากๆ แล้วก็คิดว่า

ท่านทั้งสองคนนี้รักกันมากเลย

ท่านโชคดีแล้วที่เกิดมาเป็นคู่กันอยู่ด้วยกันมากกว่า 60 กว่าปี

ถึงจะมีทะเลาะกันมั้งแต่ลึกๆ

ท่านทั้งสองรักกัน

แล้วก็มานึกว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสที่มีคู่ชีวิตที่รักเรามากๆแบบ
คุณตาคุณยายผมหรือเปล่า

คนที่เกิดมาเป็นคู่เราจนวันที่เราลากจากโลกนี้ไปจะมีซักกี่คนที่พบเจอ

ความรักที่ยิ่งใหญ่แบบนี้

นอกจากรักของพ่อและแม่


edit @ 2007/07/15 15:13:21

2007/Jul/12

มันมาแล้ว พวกมันมาแล้ว มันมากันหลายเชื้อชาติครับ ทั้ง เยอรมัน สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ แล้วก็พวกผม ไทยแลนด์..............

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะชิวๆ -*- แต่ผมอ่ะกลัวอะไรเจอแบบนั้นจริงๆ ไม่เก่งเอาเลยภาษาต่างดาว เรียนไม่เก่งนิทำไงได้

เข้าไปวันแรกแกร่งมากๆ เขาคุยอะไรกันหว่า พยายามจับใจความแล้วนะ แต่ฟังไม่ออกเลย -*- แต่ถ้าเรื่องเทคนิคก็พอไหว พอฟังออกบ้าง

แต่พอวันที่สองเริ่มชินละ ไม่ได้ชินกับภาษานะ แต่ชินกับพวกเขา เขาเป็นคนต่างเชื้อชาติก็จริงแต่ก็นิสัยดีๆกันทั้งนั้นเลย โชคดีมากๆที่ได้มาเทรนคอร์สนี้ -*- แต่กลับไปไม่รู้จะติด Contract กับบริษัทเปล่า

เวลาเทรนก็มหาโหดมากๆ เล่นตั้งแต่ 8.00-20.00 -*- ไม่ถึงหรือครบเวลาเขาก็จะไม่เลิก

ส่วนอาหารการกินก็โอเค แต่นี่ถ้าเขาไม่เปลี่ยนสถานที่นะ :D ป่านนี้คงไปเทรนที่ภูเก็ต ได้นอนโรงแรมหรูๆแล้ว ได้นั่งเครื่องบิน (ครั้งแรก) แต่กลัวความสูง -*-

ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ดีครับได้ฝึกฝนตัวเองรู้เลยว่าภาษาอังกฤษมันจำเป็นมากๆหลังจากนี้ต้องไปเรียนอย่างจริงจังแล้วละ ^^

เอาภาพบรรยากาศมาให้ชมครับ


edit @ 2007/07/12 23:52:15


edit @ 2007/07/13 00:09:28

2007/Jul/07

เนื่องจากแม่ผมกำลังป่วยเป็นโรคนี้อยู่ ผมจึงขอนำความรู้มาเผยแพร่ให้ทราบกันครับ

มันอันตรายถ้าไม่รีบรักษา...

ขอให้แม่หายป่วยไวไว ที่รู้ๆมาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี

Source : http://www.bangkokhealth.com/sitesearch_detail.asp?Number=9483

โรคฮัยเปอร์ธัยรอยด์ hyperthyroid

โรคฮัยเปอร์ธัยรอยด์ hyperthyroid หมายถึงภาวะที่ต่อมธัยรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามากว่าปกติ ผู้ป่วยมีอาการอารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาโปน มือสั่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย คอพอก ประจำเดือนผิดปกติ ขี้ร้อน น้ำหนักลดแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ดี อาการเป็นพิษของต่อมธัยรอยด์ เกิดจากฮอร์โมนจากต่อมธัยรอยด์ที่ถูกสร้างเพิ่มมากขึ้นนั้น จะหลั่งไปในกระแสโลหิต ออกฤทธิ์กระตุ้นอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานมากขึ้น โรคนี้เกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรม พบว่าบางครอบครัวเป็นโรคนี้สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วคน และพบมากในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย 7-8 เท่า

ต่อมธัยรอยด์เป็นต่อมไร้ท่อใหญ่ที่สุดในร่างกาย อยู่ที่ส่วนหน้าของลำคอ ใต้ลูกกระเดือกลงมา มีรูปร่างเหมือนเกือกม้าหรือผีเสื้อ ปกติจะใหญ่กว่าหัวแม่มือของเจ้าของต่อม มองเห็นได้ชัดเจน มีขนาดยาว 4 ซม.กว้าง 1-2 ซม. ทำหน้าที่สร้างและหลั่งธัยรอยด์ฮอร์โมนออกมาสู่กระแสเลือด ฮอร์โมนนี้ต่อมธัยรอยด์สร้างเองโดยอาศัยไอโอดีนจากอาหารที่กินเข้าไปเป็นวัตถุดิบ หน้าที่ของธัยรอยด์ฮอร์โมนมีมากมาย ออกฤทธิ์กระตุ้นทั่วร่างกาย ทำให้เซลล์ต่างๆ ทำงานเป็นปกติ อวัยวะที่กระตุ้นมากที่สุดคือหัวใจกับประสาท ธัยรอยด์ฮอร์โมนยังทำหน้าที่ควบคุมการเผาผลาญของร่างกาย อุณหภูมิของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก ปกติต่อมธัยรอยด์จะหลั่งฮอร์โมนออกมาในปริมาณที่เหมาะสม ฮอร์โมนที่สำคัญคือ T4 และ T3 โดยฮอร์โมนนี้จะมีธาตุไอโอดีนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ถ้าฮอร์โมนหลั่งน้อยไปเรียกว่า hypothyroid ร่างกายจะเกิดการเผาผลาญน้อยลง แต่ถ้าหากฮอร์โมนหลั่งมากร่างการจะมีการเผาผลาญอาหารมากทำให้น้ำหนักลดเรียกว่า hyperthyroid

ความผิดปกติหรือโรคของต่อมธัยรอยด์มีมากมายหลายชนิด มักพบในสตรีเป็นส่วนใหญ่ สตรีจะเป็นโรคของต่อมธัยรอยด์มากกว่าผู้ชายหลายเท่า โรคของต่อมธัยรอยด์ที่พบบ่อยได้แก่ ต่อมธัยรอยด์โตขึ้น โดยทั่วไปเรียกว่าโรคคอพอก ซึ่งจำแนกออกได้เป็นคอพอกชนิดเป็นพิษและไม่เป็นพิษ นอกจากนั้นยังมีโรคมะเร็งของต่อมธัยรอยด์ ถุงน้ำหรือซีสต์ของต่อมธัยรอยด์ ต่อมธัยรอยด์อักเสบ เป็นต้น โรคของต่อมธัยรอยด์ชนิดที่ทำงานน้อยไปเรียก hypothyroid ต่อมธัยรอยด์ทำงานมากไปเรียกว่า hyperthyroid

ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะโรค hyperthyroid เท่านั้น ซึ่งสาเหตุสำคัญของโรคคอพอกเป็นพิษคือ โรค Grave's disease เกิดภาวะที่มีภูมิไปกระตุ้นต่อมธัยรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามาก ผู้ป่วยจะมีต่อมธัยรอยด์โตทั้งต่อม บางคนเป็นโรค multinudular toxic goiter หมายถึงภาวะที่ก้อนในต่อมธัยรอยด์ทำงานสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น อาจก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้ และสาเหตุที่พบน้อยกว่าโรคอื่นคือ thyroiditis ช่วงแรกของต่อมธัยรอยด์อักเสบจะมีอาการของคอพอกเป็นพิษ

ผู้ป่วยฮัยเปอร์ธัยรอยด์จะมีอาการอารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาโปน มือสั่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย คอพอก ประจำเดือนผิดปกติ ขี้ร้อน น้ำหนักลดแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ดี อาการเป็นพิษของต่อมธัยรอยด์ ก็เพราะฮอร์โมนจากต่อมธัยรอยด์ที่ถูกสร้างเพิ่มมากขึ้นนั้น จะหลั่งไปในกระแสโลหิต มีฤทธิ์กระตุ้นอวัยวะต่างๆ ให้ทำงานมากขึ้น หัวใจจะถูกกระตุ้นมากที่สุด ทำให้เกิดอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วและแรง บางครั้งก็ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เหนื่อยง่าย กระตุ้นเซลล์ของร่างกาย ให้สร้างพลังงานิดมามากเกินพอ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ มีพลังงานเหลือเฟือ จึงมักอยู่ไม่สุข ต้องทำโน่นทำนี่ ดูลุกรี้ลุกรน พูดเร็ว รวมแล้วดูเป็นคนหลุกหลิก ลอกแลก มักเป็นคนขี้ร้อน เหงื่อออกมาก ผู้ป่วยจึงมักชอบอากาศเย็นๆ แต่มือจะอุ่น และมักมีเหงื่อออกชุ่ม หิวบ่อย กินจุ แต่ไม่อ้วน น้ำหนักลด อุจจาระบ่อย ประสาทถูกกระตุ้นทำให้มีอาการคล้ายโรคประสาท มีอาการทางกล้ามเนื้อคือกล้ามเนื้อต้นแขน ต้นขา มักอ่อนแรง ถ้าเป็นมากๆ จะก้าวขึ้นบันได หรือรถเมล์ไม่ไหว ประจำเดือนบางทีมาน้อยหรือห่างออกไป ลูกตาอาจโปนถลนออกมา อาจมองเห็นภาพซ้อนกันอยู่เสมอ

การวินิจฉัยโดยตรวจเลือดพบว่าระดับ T3 หรือ T4 ในเลือดสูง และระดับ TSH ในเลือดต่ำ เรียกว่าเป็นการตรวจหาระดับธัยรอยด์ฮอร์โมน ต่อมใต้สมองจะสร้างฮอร์โมนTSH ทำหน้าที่กระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ สร้างฮอร์โมน T3 และ T4 เพื่อให้ร่างกายเผาผลาญอาหาร หากต่อมธัยรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไปเรียก hyperthyroidism ตรวจเลือดจะพบว่า T3 หรือ T4 สูงแต่ TSH ต่ำ หากต่อมธัยรอยด์สร้างฮอร์โมนน้อยเกินไปเรียก hypothyroidism ตรวจเลือดจะพบว่า T3 หรือ T4 ต่ำแต่ TSH สูง การตรวจธัยรอยด์สแกนเพื่อดูว่าสภาพต่อมธัยรอยด์โตทั้งต่อม หรือมีก้อนในต่อมธัยรอยด์ หรือเป็นต่อมธัยรอยด์อักเสบ เนื่องจากการตรวจธัยรอยด์สแกนเป็นการตรวจต่อมธัยรอยด์โดยการให้ผู้ป่วยรับประทานเกลือไอโอดีนที่อาบสารรังสี หลังจากนั้นจึงนำผู้ป่วยเข้าเครื่องตรวจ ประโยชน์ของการสแกนเพื่อบอกว่าต่อมธัยรอยด์มีการอักเสบหรือไม่ ตรวจว่าต่อมธัยรอยด์มีการสร้างฮอร์โมนเพิ่มหรือไม่ และช่วยแยกก้อนที่ธัยรอยด์ว่าเป็นชนิดใด สำหรับวิธี needle aspiration เป็นการใช้เข็มเจาะเนื้อธัยรอยด์โดยการใช้เข็มเล็กๆดูดเนื้อเพื่อนำส่งตรวจทางกล้องจุลทัศน์เพื่อตรวจเนื้อเยื่อว่าเป็นมะเร็ง คอพอกเป็นพิษ หรือเป็นถุงน้ำชนิดธรรมดา การตรวจอุลตราซาวน์ก็เพื่อตรวจดูว่าก้อนธัยรอยด์ที่โตเป็นก้อนเนื้อหรือเป็นถุงน้ำชนิดธรรมดา

การรักษามีได้หลายวิธีแพทย์จะพิจารณาจาก อายุ สภาพของผู้ป่วย ชนิดของคอพอกเป็นพิษ ความรุนแรงของโรค การรักษาโดยกินยาที่มีฤทธิ์ไประงับการสร้างฮอร์โมน การผ่าตัดต่อมธัยรอยด์ การกินสารไอโอดีนชนิดปล่อยกัมมันตภาพรังสีออกมาเพื่อไปทำลายต่อมไทรอยด์ หรือเรียกว่าการดื่มน้ำแร่นั่นเอง แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยจะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายได้

การรักษาโดยการกินยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน เช่น PTU, Methimazole ส่วนการใช้ยาอื่นๆ beta-blocker เช่น propanolol, atenolol, metoprolol เพื่อลดอาการของโรค ยารับประทานสำหรับโรคธัยรอยด์เป็นพิษที่มีใช้ในประเทศไทยอย่างแพร่หลายมีเพียงสองชนิดเท่านั้น หากแพ้ยาชนิดแรกอาจลองใช้ยาอีกชนิดหนึ่ง หากลักษณะของการแพ้ยาเป็นแบบคัน,ผื่นคัน อาการเหล่านี้อาจดีขึ้นเมื่อลดจำนวนเม็ดยาลง แพทย์อาจให้ยาแก้แพ้ควบคู่ไปกับยารักษาธัยรอยด์เป็นพิษ

การรับประทานน้ำแร่ radioactive iodine เมื่อผู้ป่วยรับประทานน้ำแร่เข้าไป ต่อมธัยรอยด์ก็จะรับไอโอดีนที่มีรังสีเข้าไป รังสีนี้จะทำลายเนื้อต่อมธัยรอยด์ แพทย์จะคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม หากได้มากเกินไปจะเกิดภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยจำเป็นต้องได้รับยาธัยรอยด์ฮอร์โมนไปตลอดชีวิต แต่ถ้าหากได้รับน้ำแร่น้อยไปผู้ป่วยยังคงเกิดอาการของต่อมธัยรอยด์เป็นพิษแต่รุนแรงน้อยลง แพทย์จะนัดให้ยาอีกครั้ง โดยทั่วไปการรักษาธัยรอยด์เป็นพิษคือ การกินยารักษาธัยรอยด์ ซึ่งจะให้กินประมาณ 2 ปี ถ้ากินยาครบ 2 ปีแล้วไม่หาย หรือไม่สามารถหยุดยาได้ จึงแนะนำรักษาด้วยการกลืนแร่รังสี การกลืนแร่รังสีทำได้ที่โรงพยาบาลที่มีแผนกเวชศาสตร์นิวเคลียร์ การกลืนน้ำแร่ (ไม่ใช่กลืนก้อนแร่) เป็นวิธีรักษาโรควิธีหนึ่ง "น้ำแร่" คือ ไอโอดีนพิเศษที่มีคุณสมบัติปลดปล่อยรังสีได้ ให้ผู้ป่วยดื่มเพียงครั้งเดียว ไอโอดีนจะไปสะสมที่ต่อมธัยรอยด์เท่านั้น ไม่ไปรบกวนอวัยวะอื่นใด ต่อมธัยรอยด์จะค่อยๆ ฝ่อจากฤทธิ์ของรังสี เมื่อต่อมธัยรอยด์ฝ่อแล้วโรคธัยรอยด์เป็นพิษก็จะหาย ปริมาณรังสีจากน้ำแร่ไม่มีผลต่อความสามารถในการมีบุตร

สำหรับการผ่าตัด ปัจจุบันได้รับความนิยมลดลงไปมาก โดยเลือกใช้กับผู้ป่วยบางราย เช่น เด็ก วัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหากับยาที่รักษา หรือผู้ที่มีต่อมโตมาก มีอาการทางตารุนแรง หรือมีก้อนในต่อม ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคชนิดใดของต่อมธัยรอยด์ เช่น ธัยรอยด์เป็นพิษ, ภาวะขาดฮอร์โมนธัยรอยด์, คอพอก เป็นต้น สามารถตั้งครรภ์ได้ทั้งสิ้น และมียาที่จะใช้ในช่วงการตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัย แต่ว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นจะต้องตรวจถี่ขึ้น เจาะเลือดดูระดับฮอร์โมนธัยรอยด์บ่อยขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ และไม่ต้องกังวลว่าโรคประจำตัวจะเป็นสาเหตุของความพิการในเด็ก การทำแท้งไม่มีความสัมพันธ์ใดๆทั้งสิ้นกับโรคธัยรอยด์เป็นพิษ จะพบผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่เป็นโรคต่อมธัยรอยด์ขณะตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้วิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตัวเองและบุตร พบว่าผู้ป่วยที่เป็นคอพอกเป็นพิษเมื่อสามารถควบคุมอาการได้ก็สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ถ้าจะให้ดีควรรักษาด้วยการผ่าตัดหรือให้น้ำแร่ก่อนการตั้งครรภ์ โดยแนะนำว่าให้สามารถตั้งครรภ์หลังจากรักษาอย่างน้อย 6 เดือน การรักษาโรคคอพอกเป็นพิษขณะตั้งครรภ์ มีข้อแตกต่างจากการรักษาในคนปกติคือไม่สามารถให้รับประทานน้ำแร่ และการให้ยา PTU, metimazole ต้องให้ขนาดน้อยที่สุดที่คุมโรค เนื่องจากไม่ต้องการให้ยาไปมีผลต่อเด็กเพราะยานี้สามารถผ่านรกไปสู่เด็กได้ การให้ฮอร์โมนธัยรอคซินระหว่างการตั้งครรภ์ ฮอร์โมนนี้ใช้รักษาภาวะที่ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยหรือเป็นต่อมธัยรอยด์อักเสบ เนื่องจากฮอร์โมนชนิดนี้ผ่านรกได้น้อยมากจึงไม่มีผลต่อเด็กในครรภ์

ระหว่างที่ให้นมบุตร ไม่ควรตรวจธัยรอยด์สแกน หรือรับน้ำแร่เพื่อรักษาในระหว่างการตั้งครรภ์ สำหรับยาที่ใช้รักษาเช่นฮอร์โมนธัยรอกซิน และ PTU สามารถให้ระหว่างการให้นมเพราะผ่านสู่เด็กได้เพียงเล็กน้อย ในแง่ของการเป็นหมัน ทั้งคอพอกเป็นพิษหรือต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยจะมีบุตรยาก เมื่อรักษาดีแล้วก็สามารถมีบุตรได้เหมือนคนปกติ นอกจากนั้นหากไม่รักษาความต้องการทางเพศก็จะลดลง ที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือผู้ป่วยคอพอกเป็นพิษจะมีประจำเดือนน้อยกว่าคนปกติ ส่วนคนที่ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อยจะมีประจำเดือนมากกว่าคนปกติ

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ